ฮอร์โมน DHT คืออะไร? รู้จักตัวการร้ายที่ทำให้ "ผมร่วงเพราะฮอร์โมน" พร้อมวิธีรับมือ
ปัญหาผมร่วงและผมบางไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะผู้ชายเท่านั้น แต่ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยก็ต้องเผชิญกับภาวะนี้เช่นกัน หลายคนดูแลเส้นผมอย่างดี เลือกใช้แชมพูราคาแพง หรือทานอาหารเสริมบำรุงผม แต่ผมก็ยังร่วงไม่หยุด เพราะความจริงแล้ว ต้นเหตุสำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่การดูแลภายนอก แต่อยู่ที่ปัจจัยภายในร่างกายอย่าง ฮอร์โมน DHT ซึ่งมีบทบาทโดยตรงต่อวงจรชีวิตเส้นผม
บทความนี้ Morgen Clinic จะพาคุณไปทำความรู้จักกลไกของฮอร์โมนตัวนี้ พร้อมเจาะลึกวิธีลดระดับและแนวทางการ รักษาผมบาง ที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด
ฮอร์โมน DHT คืออะไร? ทำไมถึงทำร้ายรากผม?
หลายคนอาจสงสัยว่า DHT คืออะไร และเกี่ยวข้องกับผมร่วงอย่างไร?
ในทางการแพทย์ Dihydrotestosterone คือ ฮอร์โมนเพศชายชนิดหนึ่งที่มีความแรง (Potent) มากกว่าฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนทั่วไปถึง 5 เท่า โดยเกิดจากการที่ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนทำปฏิกิริยากับเอนไซม์ที่ชื่อว่า 5-Alpha Reductase
แม้ DHT Hormone จะมีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาลักษณะความเป็นชาย (เช่น เสียงทุ้ม, ขนตามตัว, มวลกล้ามเนื้อ) แต่สำหรับเส้นผมบนศีรษะ ฮอร์โมน DHT คือ ศัตรูตัวฉกาจ เมื่อมันไปจับกับตัวรับ (Receptor) ที่รากผม จะออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโต ทำให้เส้นผมมีวงจรชีวิตสั้นลง เส้นผมใหม่ที่งอกขึ้นมาจะลีบเล็ก บางลง และหลุดร่วงง่าย จนนำไปสู่ภาวะศีรษะล้านในที่สุด
กระบวนการ "ผมร่วงเพราะฮอร์โมน" เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ภาวะ ผมร่วงเพราะฮอร์โมน (Androgenetic Alopecia) ไม่ได้เกิดขึ้นในข้ามคืน แต่เป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปจากอิทธิพลของ ฮอร์โมน DHT ดังนี้:
- การจับตัว: ฮอร์โมน DHT เข้าไปจับกับตัวรับแอนโดรเจน (Androgen Receptor) ที่บริเวณรากผม
- วงจรสั้นลง: รบกวนวงจรชีวิตเส้นผม ทำให้ระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase) สั้นลงอย่างมาก
- รากผมฝ่อ (Miniaturization): รากผมจะค่อยๆ ฝ่อตัวลง ผลิตเส้นผมที่เล็กลง บางลง และสีจางลง (Vellus Hair)
- หยุดสร้างผม: ในระยะสุดท้าย รากผมจะเสื่อมสภาพจนไม่สามารถผลิตเส้นผมได้อีก ทำให้เกิดภาวะศีรษะล้านถาวร
สัญญาณเตือน! อาการแบบไหนคือผลจาก "ฮอร์โมน DHT"
ปัญหาผมร่วงจาก ฮอร์โมน DHT มักมีรูปแบบเฉพาะตัว (Pattern) ที่แตกต่างกันในชายและหญิง หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
ผู้ชาย (Male Pattern Baldness)
- เริ่มมีแนวผมร่นขึ้นไปด้านหน้า จนเห็นเป็นรูปตัว M (M-Shape)
- ผมบางบริเวณกลางศีรษะหรือขวัญไข่ดาว (Vertex)
- เส้นผมบริเวณที่บางจะมีขนาดเล็กและหลุดร่วงง่ายกว่าปกติ
ผู้หญิง (Female Pattern Baldness)
- ผมบางลงทั่วทั้งศีรษะ แต่จะเห็นชัดที่สุดบริเวณแนวแสกผม
- แนวแสกผมกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนมีลักษณะคล้ายต้นคริสต์มาส (Christmas Tree Pattern)
- เส้นผมดูเล็กลง ลีบแบน จัดทรงยาก และร่วงมากกว่าปกติ
3 วิธีลดระดับ DHT และชะลอผมร่วง (Medical Treatment)
หากปัญหาเกิดจากฮอร์โมน การรักษาผมบางให้ได้ผลยั่งยืนต้องแก้ที่ต้นเหตุ คือการลดหรือควบคุมระดับ DHT ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธีภายใต้คำแนะนำของแพทย์
ยาลดฮอร์โมน (Finasteride/Dutasteride)
ยาลดฮอร์โมน ยาในกลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็น DHT Blocker โดยตรง ด้วยการไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ 5-Alpha Reductase ช่วยลดการสร้าง DHT ในร่างกายได้ 60-90% จึงช่วยชะลอผมร่วงและทำให้ผมกลับมาหนาขึ้นได้
ข้อควรระวัง: ยานี้ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เนื่องจากอาจมีผลข้างเคียงในบางราย และไม่แนะนำในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์
อาหารต้าน DHT (Natural Blockers)
การปรับพฤติกรรมการกินช่วยได้ในระดับหนึ่ง โดยเน้นอาหารที่มีสารยับยั้ง DHT ตามธรรมชาติ เช่น:
- ถั่วเหลือง: มีไอโซฟลาโวน
- เมล็ดฟักทอง: อุดมด้วยสังกะสี (Zinc)
- ชาเขียว: มีสาร EGCG ช่วยต้านอนุมูลอิสระ แม้จะไม่เห็นผลชัดเจนเท่าการใช้ยา แต่เป็นวิธีธรรมชาติที่ช่วยเสริมการ รักษาผมบาง ในระยะยาวได้ดี
แชมพูและเซรั่ม (Topical Solutions)
การใช้ผลิตภัณฑ์ภายนอกที่มีส่วนผสมอย่าง Ketoconazole, Saw Palmetto หรือ Caffeine สามารถช่วยลดปริมาณ DHT ที่สะสมบนหนังศีรษะได้ ช่วยปรับสภาพแวดล้อมให้รากผมแข็งแรงขึ้น เหมาะสำหรับใช้ควบคู่กับการรักษาหลัก
เมื่อรากผมตายแล้ว ต้องจบที่ "ปลูกผมถาวร"
หากปล่อยให้ ฮอร์โมน DHT ทำลายรากผมเป็นเวลานานจนรากผมฝ่อตายและหนังศีรษะมีความมันเงา (ศีรษะล้านเลื่อม) การทายาหรือกินยาจะไม่สามารถเรียกเส้นผมกลับมาได้อีกแล้ว
ทางออกเดียวที่เห็นผลถาวรคือ การปลูกผม (Hair Transplant) หลักการคือการย้ายรากผมที่แข็งแรงถาวรจากบริเวณท้ายทอย (Safe Zone) ซึ่งเป็นรากผมที่ไม่ไวต่อฮอร์โมน DHT มาปลูกในบริเวณที่มีปัญหา ผลลัพธ์ที่ได้คือเส้นผมจริงที่งอกใหม่ แข็งแรง และอยู่กับเราไปตลอดชีวิต
ที่ Morgen Clinic เราให้ความสำคัญกับการออกแบบแนวผม (Hairline Design) ให้เข้ากับรูปหน้า และใช้เทคนิคปลูกผมที่ทันสมัย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แน่น เป็นธรรมชาติ และไร้รอยแผลเป็น
ชนะ DHT ได้ต้องเริ่มไวและถูกวิธี
ฮอร์โมน DHT เป็นเรื่องของธรรมชาติและกรรมพันธุ์ที่หลีกเลี่ยงยาก แต่เราสามารถ "ควบคุม" มันได้ หากคุณเริ่มรู้สึกว่าผมร่วงผิดปกติ หรือแนวผมเริ่มร่น อย่าปล่อยทิ้งไว้จนสายเกินแก้
การเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสภาพเส้นผมและระดับฮอร์โมน คือก้าวแรกของการ รักษาผมบาง ที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา การทำทรีตเมนต์ หรือการ ปลูกผมถาวร ทีมแพทย์ที่ Morgen Clinic พร้อมดูแลและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดเพื่อคืนความมั่นใจให้คุณอีกครั้ง
